ถาดน้ำหวาน สำหรับเลี้ยง ชันโรง
ไม้ทับกล้วย14-18-28
กล่องเลี้ยงชันโรง เหมาะกับพันธ์ตัวเล็ก
กระต่ายขูดมะพร้าวแบบนั่ง
กล่องเลี้ยงชันโรงแยกน้ำหวานแบบ 2 ชั้น ขนาดA4
ฟีโรโมน ล่อชันโรง สูตรเข้มข้น
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง รวมกับขี้ชัน
หน่อกล้วยน้ำว้า ซูปเปอร์ยักษ์
ชุดล่อผึ้งโพรง ฟีโรโมนแบบสกัด+ครีมล่อผึ้ง+ไขล่อผึ้ง
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรงสูตรเข้มข้น
ฟีโรโมน ล่อชันโรง (เกรดพรีเมี่ยม)
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
ชิงช้าไม้จากไม้บ้านเก่าอายุ 50 ปี
กล่องเลี้ยงชันโรงแบบ2ชั้น
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรงสูตรหมัก+ไขล่อผึ้งโพรง
สโม๊กเกอร์พ่นควัน
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง 20 ซีซี+ไขล่อผึ้งโพรงแท้ 1 ก้อน
ไขล่อผึ้งโพรง สูตรเข้มข้น
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 3 ชั้น
Debug Card (2หลัก) ดีบักการ์ด
พระสมเด็จวัดระฆัง งานพิมพ์มือ แจกงานบุญ
กล่องเลี้ยงผึ้ง
กล่องชันโรง “สวนราชินี” รุ่น A4 -3 ชั้น
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด เอ4 สูง 4 นิ้ว
ชิงช้าไม้เนื้อแข็ง
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 2 ชั้น ขนาด A4
ฟีโรโมนล่อชันโรง
กระต่ายขูดมะพร้าวหนาพิเศษ
ม้านั่งไม้เนื้แแข็ง
ถาดน้ำหวานสำหรับชันโรง
สมุนไพรแพะหงี่แห้ง
หน่อกล้วยตานี
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
กล่องเลี้ยงชันโรง
กล่องเลี้ยงผึ้งโพรง
หน่อกล้วยพระราชทาน
กาพ่นควันผึ้ง สโมคเกอร์
Inverter testerSP8030- SM852B
ไขผึ้งสำหรับผึ้งโพรงไทย
ไม้ทับกล้วยปิ้ง14-16
ขี้ชันแท้ 100% สำหรับล่อชันโรง
ฟีโรโมน ฉีดกล่องเลี้ยงชันโรง
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง
ชุดฟีโรโมนและไขล่อผึ้งโพรงไทย
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด 5 ชั้น แยกรัง
ขาตั้งกล่องเลี้ยงผึ้ง
ขาตั้งกล่องชันโรงไม่มีกล่อง
กล่องเลี้ยงชันโรง 2ชั้น

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว
ตำนานสยองขวัญ

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว

เรื่องเล่าขาน ตำนานความหลัง และเสียงซึงโหยหวนยามราตรี

เสียงซึงครวญคร่ำ ลมพัดผ่านลำน้ำโขง

สะพานยาวเหยียด มองไกลสุดขอบฟ้าสองฝั่ง

เล่าขานเรื่องราว ตำนานความหลัง ครั้งสร้างสะพาน

มิตรภาพไทย-ลาว ยามราตรี เสียงร่ำลือ

. . . ❖ . . .

เล่ากันว่า ในคืนเดือนมืด ดึกสงัด

บนสะพานมิตรภาพ ทอดยาวข้ามสายน้ำ

มีเงาลางๆ ยืนโบกมือเรียก รถราผ่านไป

บางคันจอดรับ แต่กลับไม่พบใคร

🎵 (ท่อนฮุค)

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือเพียงเรื่องเล่าขาน

วิญญาณเร่ร่อน หาทางกลับบ้าน ติดค้างกลางสะพาน

หลงทาง ไร้จุดหมาย วกวนในวังวน

แสงไฟสลัว กับเงาเลือนราง ชวนให้หวาดหวั่น

บางคนเล่าขาน ได้ยินเสียงร้องครวญคร่ำ

ดังมาแต่ลำน้ำ เสียงโหยหวนชวนใจสั่น

หญิงสาวนุ่งขาว ร่างเปียกปอนบนสะพาน

ตามหาคนรัก ที่พลัดพรากจากกัน

🎵 (ท่อนฮุค)

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือเพียงเรื่องเล่าขาน

วิญญาณเร่ร่อน หาทางกลับบ้าน ติดค้างกลางสะพาน

หลงทาง ไร้จุดหมาย วกวนในวังวน

แสงไฟสลัว กับเงาเลือนราง ชวนให้หวาดหวั่น

ความจริงหรือมายา เรื่องราวเล่าขานต่อกันมา

สะพานแห่งมิตรภาพ เชื่อมสองฝั่งฝันสองแผ่นดิน

แต่เบื้องหลังตำนาน ยังคงเป็นปริศนา ให้ขวัญผวา

🎵 (ท่อนฮุค)

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือเพียงเรื่องเล่าขาน

วิญญาณเร่ร่อน หาทางกลับบ้าน ติดค้างกลางสะพาน

หลงทาง ไร้จุดหมาย วกวนในวังวน

แสงไฟสลัว กับเงาเลือนราง ชวนให้หวาดหวั่น

เสียงซึงครวญคร่ำ ลมพัดผ่านสะพาน

ทิ้งไว้เพียงตำนาน เล่าขานชวนขนลุกพรึบพรับ

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว...

จัดรูปแบบใหม่ให้อ่านง่าย สบายตา สไตล์บล็อกเกอร์

หวยมรณะ - นิยายระทึกขวัญ

หวยมรณะ - นิยายระทึกขวัญ

หวยมรณะ

นิยายสั้นระทึกขวัญ

100%
ฉบับสมบูรณ์

หวยมรณะ

บทที่ 1 ความลับใต้สายฝน

สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง เหมือนม่านน้ำที่ไหลบ่าจากฟากฟ้า เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง บรรยากาศโดยรอบช่างวังเวงและน่าสะพรึงกลัว ภายในบ้านไม้หลังเล็กทรุดโทรม ป้าเพ็ญหญิงชราผู้มีชีวิตเรียบง่าย กำลังเผชิญกับความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจ

ใบหน้าเหี่ยวย่นของป้าเพ็ญซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปที่ประตูบ้าน เสียงเคาะประตูเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในหู แม้เสียงฝนและฟ้าร้องจะดังกระหน่ำเพียงใด แต่เสียงเคาะประตูเบาๆ นั้นกลับดังชัดเจนราวกับเคาะอยู่ข้างหู

“ใครกัน...มาเคาะประตูตอนนี้” ป้าเพ็ญพึมพำกับตัวเอง มือข้างหนึ่งกำลอตเตอรี่ในมือแน่น

ลอตเตอรี่ใบนั้นไม่ใช่แค่กระดาษธรรมดา แต่มันคือความหวังเดียวของชีวิต มันคือลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง มูลค่าสามสิบล้านบาท! ป้าเพ็ญเก็บงำความลับนี้ไว้กับตัว ไม่แม้แต่จะบอกใคร แม้แต่คนในครอบครัว

ความโลภ ความกลัว ความหวาดระแวง กำลังกัดกินหัวใจของป้าเพ็ญทีละน้อย

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิม ป้าเพ็ญสะดุ้งสุดตัว มือที่เย็นเฉียบกำลอตเตอรี่แน่นขึ้น

“ป้าเพ็ญ! เปิดประตูหน่อย!” เสียงชายฉกรรจ์ดังขึ้นจากอีกด้านของประตู

ป้าเพ็ญจำได้ดี เสียงนี้เป็นของสมชาย ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยกำพล เสี่ยใหญ่เจ้าของธุรกิจสีเทาในละแวกนั้น

“มาทำไมกันดึกๆดื่นๆ แบบนี้” ป้าเพ็ญพึมพำอย่างหวาดกลัว

ความจริงแล้ว ป้าเพ็ญเคยทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านเสี่ยกำพลมาก่อน แต่ลาออกมาได้ปีกว่าแล้ว สมชายกับพวกมักจะมาหาที่บ้านเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่ก็มาขอยืมเงิน และไม่เคยคืนแม้แต่บาทเดียว

“ป้าเพ็ญ! รู้ว่าอยู่ข้างใน เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงตะคอกดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงทุบประตูโครมใหญ่

ป้าเพ็ญตัวสั่นเทา ไม่รู้จะทำอย่างไร ในใจคิดแต่เพียงว่าต้องปกป้องลอตเตอรี่ใบนี้ไว้ให้ได้

. . . . . . . . . .

บทที่ 2 คำสาบานอาฆาต

ป้าเพ็ญตัดสินใจคว้ามีดทำครัว เดินไปที่หน้าต่างอย่างเงียบเชียบ แอบมองลอดช่องเล็กๆ เห็นสมชายยืนอยู่ที่ประตูหน้า ส่วนอีกสองคนยืนคุมเชิงอยู่หน้าต่างทั้งสองด้าน

“พวกมันรู้...พวกมันต้องรู้เรื่องลอตเตอรี่แน่ๆ” ป้าเพ็ญคิดในใจ

ป้าเพ็ญไม่เคยบอกเรื่องลอตเตอรี่กับใคร แต่เมื่อวานตอนไปซื้อของ ป้าเพ็ญเผลอทำลอตเตอรี่หล่น และสมชายก็เป็นคนเก็บได้

“หรือว่า...มันจะวางแผนมาขโมยลอตเตอรี่” ยิ่งคิด หัวใจของป้าเพ็ญก็ยิ่งเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว

เสียงทุบประตูยังคงดังต่อเนื่อง ป้าเพ็ญรู้ดีว่า ต่อให้ล็อคประตูแน่นหนาอย่างไร พวกมันก็ต้องหาทางเข้ามาได้

“ไม่ได้ ต้องทำอะไรสักอย่าง” ป้าเพ็ญตัดสินใจ

ป้าเพ็ญเดินโซซัดโซเซไปที่โต๊ะบูชาเล็กๆ จุดธูปเทียน ยกมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ลูกชื่อป้าเพ็ญ ขอให้ช่วยคุ้มครองลูกด้วย ขออย่าให้พวกมันทำร้ายลูกเลย” ป้าเพ็ญพนมมือไหว้ น้ำตาไหลอาบแก้ม

“ลูกขอสาบาน...ด้วยชีวิตของลูก ถ้าใครคิดมาขโมยลอตเตอรี่ของลูกไป ขอให้มัน...ตาย...ตาย...ตายอย่างทรมาน!”

ป้าเพ็ญกำลอตเตอรี่ในมือแน่น ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าที่เคยใจดี บัดนี้เต็มไปด้วยความแค้น ความอาฆาต

เสียงฟ้าร้องผ่าเปรี้ยง! เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงหายนะ

ทันทีที่สิ้นเสียงคำสาบาน ไฟฟ้าในบ้านก็ดับวูบลง ความมืดเข้าปกคลุมไปทั่วทุกมุมห้อง เหลือเพียงแสงสว่างจากเทียนเล่มน้อย กับแสงแปลบปลาบจากฟ้าแลบ ยิ่งทำให้บรรยากาศน่ากลัวขึ้นไปอีก

ป้าเพ็ญกำมีดแน่น หัวใจเต้นระรัว เสียงทุบประตูดังไม่หยุด ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังพยายามพังกรงขัง

โครม! ในที่สุดประตูบ้านก็พังทลายลง สมชายพร้อมกับลูกน้องอีกสองคน บุกเข้ามาในบ้าน

“อยู่นี่นี่เอง ป้าเพ็ญ” สมชายแสยะยิ้ม ดวงตาเป็นประกายโลภ กวาดมองไปรอบห้อง

“พวกแก...ต้องการอะไร!” ป้าเพ็ญตะโกนถาม พยายามทำเสียงให้หนักแน่น

“อย่ามาตีหน้าซื่อเชียวป้า ฉันรู้ว่าป้าถูกหวย สามสิบล้าน! ส่งมันมาซะดีๆ แล้วจะไว้ชีวิต”

ป้าเพ็ญถอยหลัง จนหลังติดผนัง “ไม่มี ป้าไม่มีอะไรทั้งนั้น ออกไปจากบ้านป้าเดี๋ยวนี้!”

“อย่ามาเล่นลิ้น ฉันเห็นกับตา ตอนที่ป้าทำลอตเตอรี่ตก” สมชายก้าวเข้ามาใกล้

“ไม่จริง ป้าไม่มี” ป้าเพ็ญโกหก ทั้งที่มืออีกข้างกำลอตเตอรี่ไว้แน่น

“ถ้าป้าไม่มี ก็ไม่เป็นไร” สมชายส่งสัญญาณให้ลูกน้อง “ค้น!”

ลูกน้องทั้งสองกระจายกำลังค้นหาทั่วบ้าน พลิกหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็ไม่พบอะไร

สมชายโมโห เดินปรี่เข้าไปหาป้าเพ็ญ “อยู่ไหน! บอกมาดีๆ ก่อนที่...”

“อย่าเข้ามานะ!” ป้าเพ็ญกรีดร้องสุดเสียง ใช้มีดในมือฟันไปที่แขนของสมชาย

เลือดสีแดงสด พุ่งกระฉูด เปื้อนไปทั่วพื้นบ้าน สมชายร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

ป้าเพ็ญได้โอกาส ผลักสมชายออกไปสุดแรง แล้ววิ่งหนีไปทางประตูหลังบ้าน

“อย่าให้มันหนีไปได้! ตามมันมา!” สมชายตะโกนสั่งลูกน้อง

เสียงฝีเท้าวิ่งไล่ล่ากันดังสนั่น ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงเทกระหน่ำ

ป้าเพ็ญวิ่งฝ่าความมืด โดยมีเพียงแสงจากฟ้าแลบ เป็นเครื่องนำทาง แต่ด้วยอายุที่มาก ทำให้วิ่งหนีได้ไม่ไกล

“จับตัวมันไว้!” เสียงสมชายดังขึ้นใกล้ๆ

ป้าเพ็ญหันกลับไปมอง เห็นสมชายและลูกน้องทั้งสอง กำลังวิ่งตามมา ดวงตาของพวกมันแดงก่ำ เปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาต

ป้าเพ็ญหมดหนทาง ได้แต่ยืนกอดลอตเตอรี่ไว้แน่น พร้อมกับหลับตา รอรับชะตากรรม

สมชายกระโจนเข้าหาป้าเพ็ญ เหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังตะครุบเหยื่อ มือหนารวบแขนเหี่ยวย่นของป้าเพ็ญไว้แน่น
“ปล่อยป้านะ! ไอ้คนใจบาป!” ป้าเพ็ญร้องดิ้น แต่ก็สู้แรงหนุ่มฉกรรจ์อย่างสมชายไม่ได้
“จะเอาอะไร! จะเอาอะไรจากคนแก่ๆ อย่างฉัน!” ป้าเพ็ญร้องถาม น้ำตาไหลอาบแก้ม
“ก็ของๆ ป้านั่นแหละ! ลอตเตอรี่! สามสิบล้าน!” สมชายตะคอกใส่หน้า

สมชายพยายามแย่งลอตเตอรี่ในมือป้าเพ็ญ แต่ป้าเพ็ญก็กำไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย

“ไม่มีทาง! ไม่มีวัน!” ป้าเพ็ญกัดฟันแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ถ้ามึงอยากได้นัก...ก็ต้องฆ่ากูให้ตายก่อน!” ป้าเพ็ญคำราม
“ได้! ถ้ามึงอยากตายนัก! กูก็จะจัดให้!”

สมชายโมโห คว้าท่อนไม้ข้างทาง ฟาดเข้าที่ศีรษะของป้าเพ็ญอย่างแรง
ป้าเพ็ญร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด สติเลือนราง ก่อนที่จะล้มลงสู่พื้น แน่นิ่ง...

“ได้มาแล้วโว้ย! สามสิบล้าน!” สมชายตะโกนด้วยความสะใจ
ลูกน้องทั้งสองวิ่งเข้ามา มองดูเหตุการณ์ด้วยความตกตะลึง “นาย...ฆ่าป้าเพ็ญทำไม!”
“เรื่องนั้นช่างมันก่อน! ตอนนี้ต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน!”

ทั้งสามรีบวิ่งหายไปในความมืด ทิ้งร่างไร้วิญญาณของป้าเพ็ญไว้เบื้องหลัง ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำ ราวกับกำลังโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น...
โปรดติดตามตอนต่อไป...

. . . . . . . . . .

บทที่ 3 เลือดเย็น

สายฝนยังคงโหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับโศกนาฏกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้น ร่างไร้วิญญาณของป้าเพ็ญนอนแน่นิ่งอยู่กลางสายฝน เลือดสีแดงสดไหลเจิ่งนอง พื้นดินรอบข้างกลายเป็นสีแดงขุ่น

สมชายและลูกน้องทั้งสอง วิ่งฝ่าสายฝน โดยไม่สนใจใยดีกับสิ่งใด ในมือของสมชาย กำลอตเตอรี่เปื้อนเลือดไว้แน่น

“ต้องหนี! หนีก่อนที่ตำรวจจะมา!” สมชายตะโกนบอกลูกน้อง
ทั้งสามคน วิ่งไปตามถนนเส้นมืด มุ่งหน้าไปยังโกดังร้าง ซึ่งเป็นที่ซ่อนตัว
“นาย...เราฆ่าป้าเพ็ญจริงๆ เหรอ” หนึ่งในลูกน้องเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“ก็มันขัดขืน! ถ้ามันยอมดีๆ ก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้!” สมชายตวาด

ภายในโกดังร้าง มืดและอับชื้น มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟ ที่ห้อยอยู่กลางห้อง สมชายกางลอตเตอรี่เปื้อนเลือดออก เพ่งมองตัวเลขด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความโลภ

“สามสิบล้าน...ของๆ ฉันแล้ว” สมชายพึมพำกับตัวเอง
“แล้ว...จะแบ่งกันยังไงดีครับนาย” ลูกน้องคนหนึ่งถาม
“แบ่งอะไร? พวกแกจะบ้าเหรอ! เงินจำนวนขนาดนี้ ถ้าเอาไปขึ้นเงินพร้อมกัน มันก็น่าสงสัยสิ! แล้วอีกอย่าง...พวกแกคิดว่า ฉันจะแบ่งเงินก้อนโตขนาดนี้ ให้กับคนที่รู้เห็นเรื่องนี้จริงๆ เหรอ”

ลูกน้องทั้งสองหน้าซีดเผือด รู้ตัวทันทีว่า พวกตนกำลังตกอยู่ในอันตราย

“นาย...หมายความว่าไง”
สมชายแสยะยิ้ม เหมือนปีศาจ “พวกแกมันโง่เอง ที่ดันไปเห็นเรื่องไม่ควรเห็น...”

สิ้นเสียง สมชายก็ชักปืนพกในมือ เล็งไปที่ลูกน้องทั้งสอง
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังลั่น สะท้อนไปทั่วโกดัง ร่างของลูกน้องทั้งสอง ล้มลงจมกองเลือด ไร้ซึ่งลมหายใจ...

. . . . . . . . . .

บทที่ 4 พยานเท็จ

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดช่องลมของโกดังร้าง ส่องกระทบไปยังร่างไร้วิญญาณสามร่าง นอนจมกองเลือด สมชาย ในชุดนอนเปื้อนเลือด ยืนมองเหตุการณ์เบื้องหน้า ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเป็นเรื่องปกติ

“น่าเสียดาย...แต่พวกแกก็โทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง” สมชายพึมพำกับตัวเอง เขาจัดฉากให้เหมือนกับว่า ลูกน้องทั้งสอง ฆ่ากันเองเพราะแย่งเงิน ส่วนตัวเอง แสร้งทำเป็นตกใจ วิ่งหนีออกมา ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง

“เรียบร้อย...ไม่มีใคร เชื่อมโยงเรื่องนี้กับฉันได้อีก” สมชายยิ้มอย่างผู้ชนะ เดินออกจากโกดังร้าง หายไปในแสงแดด โดยทิ้งความลับอันดำมืด ไว้เบื้องหลัง

--- หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ---

ข่าวการพบศพ สามศพ ในโกดังร้าง กลายเป็นข่าวใหญ่ ที่ผู้คนในละแวกนั้น ต่างพูดถึง แต่สำหรับเสี่ยกำพล ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด กลับทำตัวตามปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“งานนี้ แกทำได้ดีมาก” เสี่ยกำพลเอ่ยชมสมชาย ขณะนั่งจิบไวน์ราคาแพง อยู่ในห้องทำงานหรูหรา
“เล็กน้อยครับนาย” สมชายตอบ ด้วยท่าทางยโส
“แล้วเรื่องพยานล่ะ จัดการเรียบร้อยแล้วนะ”
“เรียบร้อยแล้วครับ ไม่มีใครปริปาก พูดเรื่องป้าเพ็ญได้อีก”

เสี่ยกำพลพยักหน้าอย่างพอใจ เขาลงทุนจ้างพยานเท็จ ให้การว่า เห็นป้าเพ็ญ ทะเลาะกับชายฉกรรจ์ สองคน ก่อนที่ป้าเพ็ญจะหายตัวไป “ตำรวจก็โง่ เชื่อคำให้การ ของพวกนั้น โดยไม่ตรวจสอบอะไรเลย” เสี่ยกำพลหัวเราะอย่างเยาะเย้ย

“ก็เงินมันสามารถ ปิดปากคนได้ทุกคนนั่นแหละครับนาย” สมชายเสริม
“จริงของแก ฉลองความสำเร็จ!” ทั้งสองคน ชนแก้วกัน ด้วยแววตา ที่เต็มไปด้วยความโลภ และความชั่วร้าย...

. . . . . . . . . .

บทที่ 5 เงาแค้น

วันเวลาผ่านไป เสี่ยกำพล ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ด้วยเงินสามสิบล้าน ที่ได้มาอย่างสกปรก เขาซื้อรถหรู บ้านหลังใหญ่ เสื้อผ้าเครื่องประดับราคาแพง ใช้เงินฟุ้งเฟ้อ ราวกับว่า มันไม่มีวันหมดสิ้น

แต่...ความสุข ที่ได้มา จากความทุกข์ ของคนอื่น มักอยู่ได้ไม่นาน... ในค่ำคืนหนึ่ง ขณะที่เสี่ยกำพล กำลังนอนหลับสบาย อยู่บนเตียงนุ่ม ภายในห้องนอนหรูหรา ทันใดนั้น เขาก็สะดุ้งตื่น เพราะฝันร้าย

ในฝัน...เขาเห็นป้าเพ็ญ ในสภาพ น่าสะพรึงกลัว ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ดวงตา จ้องมอง มาที่เขา ด้วยความเคียดแค้น

“เอาลอตเตอรี่ฉันคืนมา...ไอ้คนใจบาป!” เสียงแหบพร่า ของป้าเพ็ญ ดังก้อง ไปทั่วห้อง

เสี่ยกำพล ผวา สะดุ้งเฮือก เหงื่อ เย็นเฉียบ ไหลซึม เต็มตัว เขาพยายาม ควบคุมสติ บอกกับตัวเองว่า มันเป็นแค่ฝัน แต่...นับจากคืนนั้นเป็นต้นมา ฝันร้าย ก็กลับมาหลอกหลอนเขา ทุกคืน ไม่เพียงเท่านั้น เขายังรู้สึก เหมือนมีใคร กำลังจ้องมอง อยู่ตลอดเวลา ความหวาดระแวง เริ่มกัดกิน จิตใจของเขา ทีละน้อย...

. . . . . . . . . .

บทที่ 6 รอยร้าว

ความสุขสบายที่เสี่ยกำพลเคยได้รับ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวา รสชาติของอาหารเลิศรส กลับขมปร่า เสียงเพลงไพเราะ กลับกลายเป็นเสียงน่ารำคาญ แม้แต่ ในห้องนอนหรูหรา เขาก็รู้สึกอึดอัด เหมือนถูก เงาบางอย่าง กำลังจ้องมองอยู่

ธุรกิจที่เคยรุ่งเรือง เริ่มประสบปัญหา ขาดทุน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หุ้นส่วน ที่เคยไว้ใจ ต่างพากัน หักหลัง ฉวยโอกาส โกงเงิน หลบหนีไป ยิ่งนานวัน ความหวาดกลัว ในใจของเสี่ยกำพล ก็ยิ่งทวีคูณ เขาไม่กล้า ออกไปไหนคนเดียว ต้องจ้างบอดี้การ์ด มาคอยคุ้มกัน ตลอดเวลา

คืนหนึ่ง ขณะที่เสี่ยกำพล นั่งดูทีวี อยู่ภายในห้องนั่งเล่น ทันใดนั้น ไฟในบ้าน ก็ดับวูบลง ความมืด เข้าปกคลุม ไปทั่วทุกมุมห้อง

“เกิดอะไรขึ้น!” เสี่ยกำพล ร้องถาม ด้วยความตกใจ
“ไฟดับเหรอครับนาย” เสียงบอดี้การ์ด ดังขึ้น ใกล้ๆ
“รีบไปดูสิ! ว่าเกิดอะไรขึ้น!”

บอดี้การ์ด ทั้งสองคน รีบวิ่งไป ที่แผงควบคุมไฟฟ้า แต่...ทันใดนั้นเอง... เสียงกรีดร้อง อย่างน่าสยดสยอง ก็ดังขึ้น ก้องไปทั่วบ้าน! “กรี๊ดดดดดดดด!”

เสี่ยกำพล สะดุ้งสุดตัว ด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้น! ใคร!” เขาตะโกนถาม เสียงสั่นเครือ แต่...ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียง ความเงียบงัน น่าขนลุก...

. . . . . . . . . .

บทที่ 7 วิญญาณพยาบาท

หัวใจของเสี่ยกำพลเต้นรัวราวกับกลองรบ เขาควานหาโทรศัพท์มือถือ แต่ความหวาดกลัวทำให้มือไม้สั่นเทา ควานหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ

“ไอ้สมชาย! ไอ้สมศักดิ์! พวกแกอยู่ไหน!” เขาตะโกนเรียกลูกน้อง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ มีเพียงเสียงสะท้อนของตัวเองวนเวียนอยู่ในบ้านอันเงียบสงัด

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้า เดินลาก อย่างช้าๆ ดังมาจากชั้นบน พร้อมกับเสียงหัวเราะ แหบพร่า น่าขนลุก “หึหึหึ...ได้ยินไหม...เสียงแห่งความแค้น...” เสี่ยกำพล ขนลุกซู่ เขารู้สึกได้ถึง ความเย็นยะเยือก แผ่ซ่านไปทั่วร่าง

“ป้าเพ็ญ...ใช่แกหรือเปล่า...” เขาพึมพำ เสียงสั่นเครือ
“จำฉันได้แล้วหรือ...ไอ้คนใจบาป!” เสียงนั้น ดังขึ้น ใกล้ๆ ราวกับอยู่ข้างหู
“แกต้องการอะไร! ออกไป! ออกไปจากชีวิตฉันซะ!” เขาตะโกน ด้วยความหวาดกลัว
“หึหึหึ...แกคิดว่า...จะหนีฉันพ้นเหรอ...”

ไฟฟ้า กลับมาสว่าง ขึ้นอีกครั้ง แต่...ในชั่วพริบตานั้นเอง เสี่ยกำพล ก็ต้อง เบิกตาโพลง ด้วยความตกใจสุดขีด! ตรงหน้าเขา...ปรากฏร่าง ของป้าเพ็ญ ในสภาพ น่าสยดสยอง!

ใบหน้า ที่เต็มไปด้วยเลือด ดวงตา เบิกโพลง จ้องมอง มาที่เขา ด้วยความเคียดแค้น มือที่ซีดขาว กำลอตเตอรี่เปื้อนเลือด แน่น... “ฉัน...มาทวงสัญญา...ไอ้คนทรยศ!”

. . . . . . . . . .

บทที่ 8 บทสรุปแห่งกรรม

เสี่ยกำพลเบิกตากว้าง ภาพตรงหน้าราวกับฉากในฝันร้าย ร่างของป้าเพ็ญที่เขาคิดว่าฝังดินไปแล้ว กลับมายืนอยู่ตรงหน้า ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้น

“ผะ... ผี!” เสี่ยกำพลผวาล้มลง ก้นกระแทกพื้นอย่างแรง แต่เขาก็ไม่รู้สึกเจ็บปวด เพราะความกลัว กำลังกัดกินหัวใจจนแทบหยุดเต้น
“ใช่! ฉันคือผี! ผีที่ถูกแก ฆ่าอย่างเลือดเย็น!” เสียงป้าเพ็ญ ดังก้องไปทั่วห้อง ราวกับมาจากขุมนรก
“ปะ... ป้าเพ็ญ...ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ...” เสี่ยกำพลพูดตะกุกตะกัก เสียงสั่นเครือ
“อย่ามาโกหก! แกฆ่าฉัน แย่งชิงลอตเตอรี่ของฉันไป แถมยัง...ฆ่าปิดปากลูกน้องตัวเอง อย่างโหดเหี้ยม!”

วิญญาณป้าเพ็ญ ลอยเข้ามาใกล้ เสี่ยกำพล มือที่ซีดขาว ยื่นมาบีบคอ ของเขาอย่างแรง “อึก...อ๊อก...” เสี่ยกำพล พยายาม ดิ้นรน แต่ก็ไร้เรี่ยวแรง “แกต้องชดใช้! ชดใช้กรรมที่ทำไว้!”

เสี่ยกำพล รู้สึกหายใจไม่ออก เลือดในตัว เย็นเฉียบ ภาพเบื้องหน้า เริ่มเลือนราง...

เช้าวันต่อมา ตำรวจ พบศพ ของเสี่ยกำพล ในห้องนั่งเล่น สภาพศพ นั่งอยู่บนโซฟา ดวงตา เบิกโพลง ใบหน้า ซีดเผือด ลิ้นจุกปาก จากการชันสูตรศพ ไม่พบร่องรอย การต่อสู้ หรือการถูกทำร้าย แพทย์ ลงความเห็นว่า เสียชีวิต จากหัวใจวายเฉียบพลัน

ข่าวการตายของเสี่ยกำพล แพร่สะพัด ไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีใคร รู้สาเหตุ ที่แท้จริง บางคน บอกว่า เป็นเวรกรรม ที่เขา ทำไว้กับป้าเพ็ญ บางคน บอกว่า เขา ถูกวิญญาณ มาเอาชีวิต...

บนโต๊ะ ข้างโซฟา มีลอตเตอรี่ยับยู่ยี่ ตกอยู่หนึ่งใบ...

ลอตเตอรี่ที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือด...

...และคราบน้ำตา...

~ จบบริบูรณ์ ~

หวยมรณะ © จัดหน้าอ่านแบบ E-Book สมบูรณ์

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

บทที่ 38 มหาพายุพิโรธ

  บทที่ 38 มหาพายุพิโรธ

สิ้น เสียง ท้าทาย ของ รัฐมนตรี

บรรยากาศ โดยรอบ พลัน แปรปรวน อย่าง น่า สะพรึงกลัว

ท้องฟ้า ที่ เคย สว่างไสว ใน ยามเช้า มืดครึ้ม ลง ใน ชั่วพริบตา

ลม พายุ พัด กระหน่ำ อย่าง บ้าคลั่ง

“เกิด อะไร ขึ้น เนี่ย ”

“พายุ เข้า รึ เปล่า!”

เสียง คนงาน ร้อง ตะโกน ด้วย ความ ตื่นตระหนก

“ทุกคน รีบ หา ที่ กำบัง เร็ว !”

วิทย์ ตะโกน สั่ง ด้วย น้ำเสียง ที่ แทบ จะ กลืน หาย ไป กับ เสียง ลม

แต่ ยัง ไม่ทัน ที่ ทุกคน จะ ได้ ขยับ ตัว

สายฟ้า ก็ ผ่า ลง มา ยัง เฮลิคอปเตอร์ ที่ จอด อยู่ อย่าง จัง

ตูม!

เสียง ระเบิด ดัง สนั่น หวั่นไหว

เปลวไฟ สี แดง ฉาน ลุก ท่วม เฮลิคอปเตอร์ ใน พริบตา

โชค ดี ที่ คนขับ ได้ ลง มา จาก เครื่อง ก่อน หน้า นั้น แล้ว จึง รอด ชีวิต มา ได้ อย่าง หวุดหวิด

“ท่าน ครับ! หลบ เร็ว เข้า ”

คนขับ ตะโกน บอก รัฐมนตรี ที่ ยัง คง ยืน นิ่ง อยู่ ริม ฝั่ง น้ำ

เขา ไม่ เคย เห็น พายุ ที่ไหน รุนแรง เท่า นี้ มาก่อน

มัน เหมือน กับ ว่า ธรรมชาติ กำลัง พิโรธ !

สายฝน เท กระหน่ำ ลง มา อย่าง บ้าคลั่ง

รัฐมนตรี ทรง ตัว แทบ ไม่ อยู่

เขา ล้ม ลง กลิ้ง ไป กับ พื้น ดิน ที่ เต็มไปด้วย โคลน และ เศษ หิน เศษ ทราย

มือ ของ เขา ควาน หา ที่ ยึด เกาะ

จน กระทั่ง ไป สัมผัส เข้า กับ เสา เหล็ก ต้น หนึ่ง

เขา รีบ ยึด เสา เหล็ก นั้น ไว้ แน่น

พยายาม ทรง ตัว ไม่ ให้ ตัวเอง ถูก ลม พัด ปลิว ไป

ท่ามกลาง ความ มืด มิด และ เสียง ฟ้าร้อง คำราม

สายตา ของ รัฐมนตรี เหลือบ ไป เห็น บางอย่าง บน ท้องฟ้า

ประกาย แสง สี แดง ก่ำ

ดวงตา อัน แดง กล่ำ ที่ เต็ม ไป ด้วย ความ โกรธ แค้น !

"พะ... พญา... นาค"

.

.


ตำนานอาถรรพ์ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว
ตำนานสยองขวัญ

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว

เรื่องเล่าขาน ตำนานความหลัง และเสียงซึงโหยหวนยามราตรี

เสียงซึงครวญคร่ำ ลมพัดผ่านลำน้ำโขง

สะพานยาวเหยียด มองไกลสุดขอบฟ้าสองฝั่ง

เล่าขานเรื่องราว ตำนานความหลัง ครั้งสร้างสะพาน

มิตรภาพไทย-ลาว ยามราตรี เสียงร่ำลือ

. . . ❖ . . .

เล่ากันว่า ในคืนเดือนมืด ดึกสงัด

บนสะพานมิตรภาพ ทอดยาวข้ามสายน้ำ

มีเงาลางๆ ยืนโบกมือเรียก รถราผ่านไป

บางคันจอดรับ แต่กลับไม่พบใคร

🎵 (ท่อนฮุค)

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือเพียงเรื่องเล่าขาน

วิญญาณเร่ร่อน หาทางกลับบ้าน ติดค้างกลางสะพาน

หลงทาง ไร้จุดหมาย วกวนในวังวน

แสงไฟสลัว กับเงาเลือนราง ชวนให้หวาดหวั่น

บางคนเล่าขาน ได้ยินเสียงร้องครวญคร่ำ

ดังมาแต่ลำน้ำ เสียงโหยหวนชวนใจสั่น

หญิงสาวนุ่งขาว ร่างเปียกปอนบนสะพาน

ตามหาคนรัก ที่พลัดพรากจากกัน

🎵 (ท่อนฮุค)

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือเพียงเรื่องเล่าขาน

วิญญาณเร่ร่อน หาทางกลับบ้าน ติดค้างกลางสะพาน

หลงทาง ไร้จุดหมาย วกวนในวังวน

แสงไฟสลัว กับเงาเลือนราง ชวนให้หวาดหวั่น

ความจริงหรือมายา เรื่องราวเล่าขานต่อกันมา

สะพานแห่งมิตรภาพ เชื่อมสองฝั่งฝันสองแผ่นดิน

แต่เบื้องหลังตำนาน ยังคงเป็นปริศนา ให้ขวัญผวา

🎵 (ท่อนฮุค)

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือเพียงเรื่องเล่าขาน

วิญญาณเร่ร่อน หาทางกลับบ้าน ติดค้างกลางสะพาน

หลงทาง ไร้จุดหมาย วกวนในวังวน

แสงไฟสลัว กับเงาเลือนราง ชวนให้หวาดหวั่น

เสียงซึงครวญคร่ำ ลมพัดผ่านสะพาน

ทิ้งไว้เพียงตำนาน เล่าขานชวนขนลุกพรึบพรับ

อาถรรพ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว...

จัดรูปแบบใหม่ให้อ่านง่าย สบายตา สไตล์บล็อกเกอร์

เพลง: สัญญาริมฝั่งโขง (Promise on the Mekong)

สัญญาริมฝั่งโขง (Promise on the Mekong)

สัญญาริมฝั่งโขง

Promise on the Mekong

ดนตรี: แนวลูกทุ่งผสมผสานดนตรีพื้นเมืองอีสาน เน้นเสียงแคน พิณ และขลุ่ย ให้ความรู้สึกอบอุ่น โรแมนติก

(Intro): เสียงแคนและพิณบรรเลงทำนองหวานซึ้ง คลอไปกับเสียงขลุ่ยที่เป่าเป็นทำนองโหยหวน

แม่น้ำโขง ไหลเอื่อยเฉื่อย ผ่านสองฟากฝั่งแผ่นดิน

The Mekong River flows gently, passing two sides of the land

ยามแสงตะวัน ลาลับขอบฟ้า ใจฉันยังเฝ้าคอย

When the sun sets over the horizon, my heart still waits

คนที่เคยให้สัญญา ว่าจะกลับมา

For the one who promised to come back

สร้างสะพานแห่งความรัก ข้ามสายน้ำกว้างไกล

To build a bridge of love across the vast river

เสียงแคนขับกล่อมยามค่ำคืน ดาวเดือนส่องแสงนวล

The sound of the Khaen soothes the night, the stars and moon shine softly

เหมือนดังคำสัญญา ที่เธอเคยให้ไว้

Like the promise you once made

ว่าจะรักกันตลอดไป ไม่มีวันจางหาย

To love each other forever, never fading

แม้แม่น้ำโขงจะกว้างใหญ่ แต่ใจเราใกล้กัน

Though the Mekong River is vast, our hearts are close

สัญญา ริมฝั่งโขง จะไม่ลืมเลือน

The promise on the Mekong will not be forgotten

รักเราจะยืนยง คงอยู่คู่กัน

Our love will last forever

ขอเพียงแค่เธอ อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้

Just don't forget the promise you made

กลับมาหาฉัน คนนี้ที่รอคอยเธออยู่

Come back to me, the one who waits for you

เสียงพิณบรรเลง เพลงรักซึ้งตรึงใจ

The sound of the Phin plays a sweet, heart-wrenching love song

เหมือนดังความรักของเรา ที่มีให้กัน

Like our love for each other

ขอเพียงแค่เธอ กลับมาหาฉันอีกครั้ง

Just come back to me once more

สัญญาริมฝั่งโขง จะไม่เปลี่ยนแปลง

The promise on the Mekong will never change

สัญญา ริมฝั่งโขง จะไม่ลืมเลือน

The promise on the Mekong will not be forgotten

รักเราจะยืนยง คงอยู่คู่กัน

Our love will last forever

ขอเพียงแค่เธอ อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้

Just don't forget the promise you made

กลับมาหาฉัน คนนี้ที่รอคอยเธออยู่

Come back to me, the one who waits for you

(Outro): เสียงแคนและพิณบรรเลงทำนองหวานซึ้ง ค่อยๆ จางหายไป (The sound of the Khaen and Phin play a sweet melody, slowly fading away)

สัญญาริมฝั่งโขง © จัดหน้าการแสดงผลเนื้อเพลงสไตล์พรีเมียม

บทส่งท้าย รักนิรันดร์ ริมฝั่งโขง

 บทส่งท้าย รักนิรันดร์ ริมฝั่งโขง

เวลาผ่านไป...

เสียงเครื่องจักรดังกระหึ่มอยู่ริมฝั่งโขง แต่คราวนี้ มันคือเสียงแห่งความก้าวหน้า

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ค่อยๆ ปรากฏ รูปร่าง ขึ้น อย่าง สง่างาม

วายุ ในฐานะ วิศวกร ควบคุม การก่อสร้าง ทุ่มเท ทำงาน อย่าง เต็มที่

เขา เรียนรู้ ที่จะ เคารพ ธรรมชาติ และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ไม่มี อุปสรรค ใดๆ มา ขัดขวาง การ ทำงาน ของ เขา อีกต่อไป

ส่วน ดารา เธอกลายเป็น ที่รัก ของ ชาวบ้าน

ทุกคน ต่าง ก็ ให้ ความ เคารพ นับถือ ในฐานะ ลูกสาว ของ พญานาค และ เจ้าแม่ สารภี

ดารา ใช้ ชีวิต อย่าง เรียบง่าย ช่วยเหลือ ชาวบ้าน ดูแล ป้ามาลี

และ รอคอย การ กลับมา ของ วายุ ทุก วัน

...

ในที่สุด วันที่ รอคอย ก็ มาถึง

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว สร้าง เสร็จ สมบูรณ์

พิธี เปิด ยิ่งใหญ่ มี ผู้คน จาก ทั้ง สอง ฝั่ง โขง มาร่วม เป็น สักขีพยาน

วายุ ยืน มอง สะพาน ที่ เขา สร้าง ขึ้น ด้วย ความ ภาคภูมิใจ

มัน ไม่ใช่ แค่ สะพาน ที่ เชื่อม ต่อ แผ่นดิน

แต่ มัน ยัง เป็น สัญลักษณ์ แห่ง ความ รัก ความ เข้าใจ

และ การ อยู่ ร่วม กัน อย่าง สันติ

ระหว่าง มนุษย์ กับ ธรรมชาติ

หลัง จาก พิธี เปิด เสร็จสิ้น

วายุ เดินทาง กลับ มา ยัง หมู่บ้าน ท่าทรายทอง

เขา ตัดสินใจ ลาออก จาก งาน วิศวกร

เพื่อ มา ใช้ ชีวิต ที่ สงบ สุข ที่นี่

กับ ผู้หญิง ที่ เขา รัก

ดารา รอ เขา อยู่ ที่ ริม ฝั่ง โขง

ทั้ง คู่ สบตา กัน

รอยยิ้ม ปรากฏ ขึ้น บน ใบหน้า ของ ทั้ง สอง

พวกเขา ไม่ ต้องการ อะไร มาก ไป กว่า นี้

แค่ ได้ อยู่ เคียงข้าง กัน ตลอด ไป...

บทส่งท้าย เสียงเรียกจากสายน้ำ

 บทส่งท้าย เสียงเรียกจากสายน้ำ

กรุงเทพมหานคร...

ภายในห้องทำงานสุดหรู บนชั้นสูงสุดของตึกกระทรวง รัฐมนตรี นั่ง อยู่ บน เก้าอี้ ตัว ใหญ่

ใบหน้า ที่ เคย เคร่งขรึม บัดนี้ เต็ม ไป ด้วย ความ กังวล

ภาพ ของ พญานาค ดวงตา แดงก่ำ ยัง คง ติดตา เขา ไม่ หาย

เสียง โทรศัพท์ บน โต๊ะ ทำงาน ดัง ขึ้น

เขา สะดุ้ง เล็กน้อย ก่อน จะ สูด หายใจ ลึกๆ

“ฮัลโหล...” เขา รับ สาย ด้วย น้ำเสียง แผ่ว เบา

“เรื่อง สร้าง สะพาน ครับ ท่าน”

เสียง ของ วายุ ดัง ขึ้น จาก ปลายสาย

รัฐมนตรี ถึง กับ สะดุ้ง โหยง

“ท่าน พญานาค... บอก ว่า...” วายุ เว้น วรรค

“ให้ ท่าน ขยับ สถานที่ ตั้ง สะพาน ไป อีก 50 เมตร จาก ที่ เดิม ”

“แล้ว จะ ไม่มี เรื่อง อะไร เกิด ขึ้น ครับ ท่าน”

รัฐมนตรี นิ่ง ไป ชั่ว ครู่ ก่อน จะ ตะโกน ตอบ กลับ ไป ด้วย น้ำเสียง หนักแน่น

“อนุมัติ! ”

“บอก ท่าน นาค ด้วย ว่า ไม่ ต้อง มา หา ถึง ทำเนียบ หรอก นะ ”

“มี อะไร ก็ ให้ นาย โทร มา แทน ”

เขา พูด จบ ก็ วาง สาย ทันที

มือ ที่ ถือ โทรศัพท์ สั่น เทา เล็กน้อย

เขา ไม่ อยาก จะ เชื่อ เลย ว่า เรื่อง แบบนี้ จะ เกิด ขึ้น จริง

แต่ เขา ก็ ไม่ กล้า ที่จะ ฝ่าฝืน คำ สั่ง ของ พญานาค อีก ต่อไป

บาง ที มนุษย์ เรา ก็ ควร ให้ ความ เคารพ ต่อ ธรรมชาติ

และ สิ่ง ที่ มอง ไม่ เห็น บ้าง...

จบ