ถาดน้ำหวาน สำหรับเลี้ยง ชันโรง
ไม้ทับกล้วย14-18-28
กล่องเลี้ยงชันโรง เหมาะกับพันธ์ตัวเล็ก
กระต่ายขูดมะพร้าวแบบนั่ง
กล่องเลี้ยงชันโรงแยกน้ำหวานแบบ 2 ชั้น ขนาดA4
ฟีโรโมน ล่อชันโรง สูตรเข้มข้น
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง รวมกับขี้ชัน
หน่อกล้วยน้ำว้า ซูปเปอร์ยักษ์
ชุดล่อผึ้งโพรง ฟีโรโมนแบบสกัด+ครีมล่อผึ้ง+ไขล่อผึ้ง
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรงสูตรเข้มข้น
ฟีโรโมน ล่อชันโรง (เกรดพรีเมี่ยม)
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
ชิงช้าไม้จากไม้บ้านเก่าอายุ 50 ปี
กล่องเลี้ยงชันโรงแบบ2ชั้น
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรงสูตรหมัก+ไขล่อผึ้งโพรง
สโม๊กเกอร์พ่นควัน
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง 20 ซีซี+ไขล่อผึ้งโพรงแท้ 1 ก้อน
ไขล่อผึ้งโพรง สูตรเข้มข้น
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 3 ชั้น
Debug Card (2หลัก) ดีบักการ์ด
พระสมเด็จวัดระฆัง งานพิมพ์มือ แจกงานบุญ
กล่องเลี้ยงผึ้ง
กล่องชันโรง “สวนราชินี” รุ่น A4 -3 ชั้น
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด เอ4 สูง 4 นิ้ว
ชิงช้าไม้เนื้อแข็ง
กล่องเลี้ยงชันโรง แบบ 2 ชั้น ขนาด A4
ฟีโรโมนล่อชันโรง
กระต่ายขูดมะพร้าวหนาพิเศษ
ม้านั่งไม้เนื้แแข็ง
ถาดน้ำหวานสำหรับชันโรง
สมุนไพรแพะหงี่แห้ง
หน่อกล้วยตานี
ฟีโรโมนฉีดล่อชันโรง
กล่องเลี้ยงชันโรง
กล่องเลี้ยงผึ้งโพรง
หน่อกล้วยพระราชทาน
กาพ่นควันผึ้ง สโมคเกอร์
Inverter testerSP8030- SM852B
ไขผึ้งสำหรับผึ้งโพรงไทย
ไม้ทับกล้วยปิ้ง14-16
ขี้ชันแท้ 100% สำหรับล่อชันโรง
ฟีโรโมน ฉีดกล่องเลี้ยงชันโรง
ฟีโรโมนล่อผึ้งโพรง
ชุดฟีโรโมนและไขล่อผึ้งโพรงไทย
กล่องเลี้ยงชันโรง ขนาด 5 ชั้น แยกรัง
ขาตั้งกล่องเลี้ยงผึ้ง
ขาตั้งกล่องชันโรงไม่มีกล่อง
กล่องเลี้ยงชันโรง 2ชั้น

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

บทที่ 5 ใต้ชายคาแห่งความเอื้อเฟื้อ

 บทที่ 5 ใต้ชายคาแห่งความเอื้อเฟื้อ




ภายในบ้านไม้เก่าๆ แสงไฟจากตะเกียง ส่องสว่างเพียงริบหรี่ เผยให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ที่แสนเรียบง่าย ผนังบ้านทำจากไม้ไผ่สาน มีรอยรั่ว และร่องรอยการซ่อมแซมตามกาลเวลา ข้าวของเครื่องใช้มีเพียงเล็กน้อย แต่จัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของเจ้าของบ้าน

หญิงชรา เชื้อเชิญให้คณะของวายุ เข้าไปนั่งพักผ่อนบนแคร่ไม้ไผ่ ที่ตั้งอยู่กลางบ้าน พร้อมกับยกน้ำดื่ม ซึ่งเป็นน้ำเย็นในโอ่งดินเผา ที่ยังคงความเย็นชื่นใจ มาให้ดื่มดับกระหาย

“ยายชื่อ “ยายมาลี” จ้ะ ส่วนนี่หลานสาวยาย ชื่อ “ดารา” ” หญิงชราแนะนำตัว พร้อมกับผายมือไปยังหญิงสาว รูปร่างบอบบาง ผิวขาว ผมยาวสลวย ที่นั่งอยู่มุมห้อง เธอมีใบหน้าหวานละมุน และดวงตากลมโต ที่ฉายแววขี้อาย เมื่อสบตากับคนแปลกหน้า

“สวัสดีครับยายมาลี สวัสดีครับคุณดารา” วายุและทีมงาน ยกมือไหว้ทักทาย ตามมารยาทแบบไทย

“เรียกป้ามาลี กับน้องดาราก็ได้จ้ะ ไม่ต้องเป็นทางการ” ป้ามาลียิ้มอย่างเป็นกันเอง “แล้วนี่ พวกหนูเดินทางมาจากไหนกันล่ะ ทำไมถึงได้มาหลบฝนอยู่ที่นี่”

วายุจึงเล่าถึงภารกิจของเขา และเรื่องราวที่รถเสียกลางทาง ให้ป้ามาลีฟัง โดยไม่ลืมที่จะขอบคุณ สำหรับความมีน้ำใจ ที่ให้พวกเขาเข้ามาหลบฝนในครั้งนี้

“โถ... เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องคิดมากหรอกจ้ะ ใครๆ เขาก็ทำกัน” ป้ามาลี กล่าวอย่างถ่อมตน “แต่ว่า ฝนตกหนักแบบนี้ กว่าจะซ่อมรถเสร็จ คงดึกน่าดู คืนนี้นอนที่นี่ก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”

“ขอบคุณมากครับป้ามาลี แต่พวกเราไม่อยากรบกวนเลย เดี๋ยวพอฝนซา ผมจะลองติดต่อขอความช่วยเหลือจากคนในเมืองดู” วายุตอบ ด้วยท่าทีเกรงใจ

“ไม่รบกวนหรอกจ้ะ บ้านป้าก็เหมือนบ้านของหนูนั่นแหละ จริงมั้ยดารา” ป้ามาลี หันไปพูดกับหลานสาว ที่นั่งฟังพวกเขาคุยกันเงียบๆ

ดารา เงยหน้าขึ้น สบตากับวายุ เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า แล้วตอบรับเบาๆ “ค่ะ...”

แม้จะเป็นเพียงคำพูดสั้นๆ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความจริงใจ และความอบอุ่น ที่ทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่ม อบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับได้พบกับ “บ้าน” อีกหลังหนึ่ง...


User

คื่นคืนที่ฝนตก นางเอก ก็ได้ หุงหาอาหารที่มีอยู่น้อยนิดให้พระเอกและลูกน้องที่มาด้วยกัน ได้กิน แต่เรื่องที่นอนนี่ซี เพราะที่บ้านเธอไม่มีที่สำหรับรับ คนแปลกหน้า แต่พระเอกกธบอกไม่เป็นไร ขออาสัย นอนหลับ ที่ชายคาพอได้ไม่เปียกฝนก็พอ คืนนั้นทุกคนก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น