บทที่ 5 ใต้ชายคาแห่งความเอื้อเฟื้อ
ภายในบ้านไม้เก่าๆ แสงไฟจากตะเกียง ส่องสว่างเพียงริบหรี่ เผยให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ที่แสนเรียบง่าย ผนังบ้านทำจากไม้ไผ่สาน มีรอยรั่ว และร่องรอยการซ่อมแซมตามกาลเวลา ข้าวของเครื่องใช้มีเพียงเล็กน้อย แต่จัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของเจ้าของบ้าน
หญิงชรา เชื้อเชิญให้คณะของวายุ เข้าไปนั่งพักผ่อนบนแคร่ไม้ไผ่ ที่ตั้งอยู่กลางบ้าน พร้อมกับยกน้ำดื่ม ซึ่งเป็นน้ำเย็นในโอ่งดินเผา ที่ยังคงความเย็นชื่นใจ มาให้ดื่มดับกระหาย
“ยายชื่อ “ยายมาลี” จ้ะ ส่วนนี่หลานสาวยาย ชื่อ “ดารา” ” หญิงชราแนะนำตัว พร้อมกับผายมือไปยังหญิงสาว รูปร่างบอบบาง ผิวขาว ผมยาวสลวย ที่นั่งอยู่มุมห้อง เธอมีใบหน้าหวานละมุน และดวงตากลมโต ที่ฉายแววขี้อาย เมื่อสบตากับคนแปลกหน้า
“สวัสดีครับยายมาลี สวัสดีครับคุณดารา” วายุและทีมงาน ยกมือไหว้ทักทาย ตามมารยาทแบบไทย
“เรียกป้ามาลี กับน้องดาราก็ได้จ้ะ ไม่ต้องเป็นทางการ” ป้ามาลียิ้มอย่างเป็นกันเอง “แล้วนี่ พวกหนูเดินทางมาจากไหนกันล่ะ ทำไมถึงได้มาหลบฝนอยู่ที่นี่”
วายุจึงเล่าถึงภารกิจของเขา และเรื่องราวที่รถเสียกลางทาง ให้ป้ามาลีฟัง โดยไม่ลืมที่จะขอบคุณ สำหรับความมีน้ำใจ ที่ให้พวกเขาเข้ามาหลบฝนในครั้งนี้
“โถ... เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องคิดมากหรอกจ้ะ ใครๆ เขาก็ทำกัน” ป้ามาลี กล่าวอย่างถ่อมตน “แต่ว่า ฝนตกหนักแบบนี้ กว่าจะซ่อมรถเสร็จ คงดึกน่าดู คืนนี้นอนที่นี่ก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”
“ขอบคุณมากครับป้ามาลี แต่พวกเราไม่อยากรบกวนเลย เดี๋ยวพอฝนซา ผมจะลองติดต่อขอความช่วยเหลือจากคนในเมืองดู” วายุตอบ ด้วยท่าทีเกรงใจ
“ไม่รบกวนหรอกจ้ะ บ้านป้าก็เหมือนบ้านของหนูนั่นแหละ จริงมั้ยดารา” ป้ามาลี หันไปพูดกับหลานสาว ที่นั่งฟังพวกเขาคุยกันเงียบๆ
ดารา เงยหน้าขึ้น สบตากับวายุ เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า แล้วตอบรับเบาๆ “ค่ะ...”
แม้จะเป็นเพียงคำพูดสั้นๆ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความจริงใจ และความอบอุ่น ที่ทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่ม อบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับได้พบกับ “บ้าน” อีกหลังหนึ่ง...
User
คื่นคืนที่ฝนตก นางเอก ก็ได้ หุงหาอาหารที่มีอยู่น้อยนิดให้พระเอกและลูกน้องที่มาด้วยกัน ได้กิน แต่เรื่องที่นอนนี่ซี เพราะที่บ้านเธอไม่มีที่สำหรับรับ คนแปลกหน้า แต่พระเอกกธบอกไม่เป็นไร ขออาสัย นอนหลับ ที่ชายคาพอได้ไม่เปียกฝนก็พอ คืนนั้นทุกคนก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น